หมดยุค ปริญญาแปะฝาบ้าน ทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ สำคัญกว่า

บทความ

เป็นบทความดีๆ ที่ทำให้เห็นแง่มุมที่ต่างออกไปสำหรับการใช้ชีวิต ประเด็นแรก ของเรื่องนี้คือ เรื่องการเรียน

ถ้าจะว่าไป การศึกษาเล่าเรียน มันเป็นเรื่องขอคนนั้นเพียงคนเดียว

เรียนดี เรียนแย่ ก็อยู่คนคนนั้นทำเองทั้งสิ้น

พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ญาติพี่น้องช่วยอะไรไม่ได้

สถาบันที่เรียนที่จบมาก็ไม่เกี่ยว อยู่ที่ฝีมือตัวเองล้วนๆ

ถ้าผลการเรียนออกมาดี ก็มีแนวโน้มว่า น่าจะทำงานเก่งนนะ

เพราะกว่าจะจบมันต้องฝึก ต้องฝนกันมากมายหลายกระบวนท่า

แต่อย่างไรก็ตาม การฝึกฝนในช่วงระหว่างที่กำลังเรียนอยู่นั้น

ฝึกฝนอยู่ในกรอบของสมมติฐานที่ว่า ฝึกเพื่อเรียนรู้ ถ้าถูกก็แล้วไป

แต่ถ้าผิดก็กลับไปแก้ไขใหม่จนกว่าจะดีขึ้น ซึ่งเป็นหลักง่ายๆ ของชีวิตนักศึกษา

เชื่อว่าเคยผ่านกันมาทุกคน สังเกตุดีๆ จะเห็นว่า

ในช่วงที่เรากำลังศึกษาอยู่นั้นหากเรา คิดผิด ทำผิด

จะถูกลงโทษเพียงอย่างเดียวคือ เกรดหรือผลการเรียน

จะออกมาไม่ดีหรือไม่ก็ติดเอฟ ต้องไปลงทะเบียนเรียนใหม่

บางคนก็ไม่ถือเพราะหน้าด้าน บางคนเครียดมากเพราะ

อายกับการที่จะ ต้องไปเรียนกับรุ่นน้อง

ชีวิตวัยเรียนมีเรื่องให้เครียดปวดสมองไม่กี่เรื่อง

นอกนั้นเป็นเรื่องสนุกสนานเฮฮาปาร์ตี้เสียเป็นส่วนใหญ่

บางคนถึงกับไม่อยากจบออกมา เพราะยังอยากสนุก

กับชีวิตในช่วงวัยนี้ต่อไปอีก แต่เมื่อถึงเวลาจบก็ต้องจบ

อยู่ที่ว่าตอนจบของช่วงวัย จะจบออกมาดี หรือ

จบออกมาแบบไม่ได้เรื่อง ซึ่งจะถูกนำไปพิสูจน์ต่อไป ในช่วงชีวิตวัยทำงาน

ประเด็นที่สอง คือ เรื่องการทำงาน

การทำงานคือการพิสูจน์คุณภาพ ของคนว่าคนคนนั้นมีคุณภาพแค่ไหน

คุณภาพมากแค่ไหนวัดกันอย่างไร ง่ายๆ เลย ก็แค่วัดว่า

ผลของงานที่ทำสัมฤทธิ์ออกมา มันเกิดคุณค่าหรือประโยชน์

แก่คนอื่นมากแค่ไหน นั่นแหละคือคุณภาพ

จะเห็นว่าตอนเรียนเราไม่วัดผลการเรียนแบบนี้เลย

การเรียนเป็นอะไรที่ง่ายสอบไม่ผ่านก็ลงเรียนใหม่

แต่ถ้าทำงานแล้วทำไม่ผ่าน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เสียเวลา

เสียเงิน เสียใจ ถูกเจ้านายด่า เพื่อนร่วมงานขาดความเชื่อถือ

ทั้งหมดนี้คือโลกของความจริงโลกที่แสนเจ็บปวดเมื่อทำผิดพลาดขึ้นมา

ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นโลกที่หอมหวานเมื่อเราทำงานสำเร็จขึ้นมา

เกิดคุณค่าต่อผู้อื่นในวงกว้าง สังเกตุดีๆ ชีวิตในช่วงกำลังเรียนคือช่วง

อยู่ในโลกของจินตนาการ แต่ชีวิตในช่วงทำงานมันคือ โลกแห่งความจริง

คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตทั้งหลายเขาเชื่อว่า

ถึงแม้เรียนจบจากช่วงชีวิตวัยเรียน แล้วเขาหาได้คิดว่า เขาต้องหยุดเรียนรู้อยู่แค่นั้น

แต่กลับกลายเป็นว่าพอจบการเรียนในช่วงวัยเรียน จะต้องศึกษาแบบจริงๆ จังๆ

ต่อในระดับที่สูงขึ้นไปอีกคือระดับมหาวิทยาลัยชีวิต

ซึ่งจะต้องเรียนรู้ทุกลมหายใจ เพราะมันจะมีผล ได้-เสีย

ในทุกครั้งที่ลงมือทำอะไรก็ตาม ส่วนคนที่ชีวิตล้มเหลว

ก็มีสาเหตุเพียง สาเหตุเดียวก็คือ ไม่เรียนรู้ที่จะแก้ไข

ในสิ่งที่ผิดให้ถูกต้อง จนหาคุณภาพไม่ได้ และสิ้นความน่าเชื่อถือในที่สุด และสุดท้ายก็คือล้มเหลว