คาถาชินบัญชร คาถาที่มีอานุภาพศักดิ์สิทธิ์ เสริมสิริมงคลแก่ชีวิต

บทความ

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบทสวดที่ทรงคุณค่ามากสำหรับ ชินบัญชรเป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์ที่มีอายุยาวนานนับร้อยปี หลายคนคิดว่าคาถาชินบัญชรสมเด็จพ ระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรํสี แห่งวัดระฆังโฆษิตารามเป็นผู้แต่งขึ้น แต่แท้จริงแล้วสมเด็จโต ท่านเป็นเพียงผู้นำคาถามาเผยแพร่ต่ออย่างแพร่หลายเป็นที่รู้จักกันจนทุกวันนี้

จริงๆ แล้วคาถาชินบัญชรมีต้นกำเนิดมาจากลังกา ซึ่งเป็นต้นฉบับมีความยาว 22 บท แต่ได้ถูกตัดตอนให้สั้นลงโดยพ ระมหาเถระผู้เชี่ยวชาญบาลีปกรณ์รูปหนึ่งจากเชียงใหม่ โดยจากปูมหลังของสมเด็จโตที่ระบุไว้ว่าท่านได้บรรพชาและออกธุดงค์ในวัย 7 ขวบ จนได้ไปเจอคัมภีร์เก่าชำรุดฉบับหนึ่ง ที่เจดีย์ร้าง เมืองกำแพงเพชร โดยคาดกันว่าน่าจะเป็นคาถาชินบัญชรนั่นเอง

คาถาชินบัญชรเป็นคาถาที่มีอานุภาพศักดิ์สิทธิ์มาก หากผู้ใดสวดหรือภาวนาเป็นประจำ ในทุกอิริยาบถ จะช่วยเสริมให้เกิดความเป็นสิริมงคล ศัตรูไม่มากล้ำกรา ย มีเมตตามหานิยม มีโชคลาภ และนับว่าเป็นอีกหนึ่งพ ระคาถาที่มีคุณานุภาพตามแต่จะปรารถนา

คำว่า “ชิน” หมายถึง พ ระพุทธเจ้า

คำว่า “บัญชร” หมายถึง กรง หรือ เกราะ

ดังนั้น “ชินบัญชร” จึงแปลว่า กรงหรือเกราะป้องกันภัยของพ ระพุทธเจ้า

เนื้อหาในคาถาชินบัญชรจะเป็นการอัญเชิญพ ระพุทธเจ้าลงมาสถิตในทุกส่วนของร่างกาย รวมกันเป็นกำแพงแก้วคุ้มกัน ตั้งแต่กระหม่อมลงมาห้อมล้อมรอบตัวของผู้สวดภาวนา เพื่อให้ห่างไกลจากอันตรา ยทั้งปวง และเป็นการเสริมให้ผู้ที่สวดคาถามีพลังพุทธคุณอันยิ่งใหญ่

สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มสวดคาถาชินบัญชร ควรเริ่มในวันพฤหัสบดี ซึ่งถือเป็นวันครู และให้เตรียมดอกไม้ 3 สี หรือดอกบัว 9 ดอก หรือดอกมะลิ 1 กำ จุดธูป 3, 5 ถึง 9 ดอก เทียน 2 เล่ม จากนั้นให้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย โดยการตั้งนะโม 3 จบ ต่อด้วยบทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ จากนั้นตั้งจิตภาวนาสวดคาถาชินบัญชรทั้ง 15 บท โดยเริ่มจาก..

ตั้งนโม 3 จบ

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

ตั้งอธิษฐานแล้วสวด

ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง

อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตังสุตตะวา

อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ

มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ

ต่อด้วยคาถาชินบัญชร 15 บท

1. ชะยาสะนากะตา พุทธา

เชตวา มารัง สะวาหะนัง จะตุสัจจาสะภัง ระสัง

เย ปิวิงสุ นะราสะภา

2. ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง

มัตถะเกเต มุนิสสะรา

3. สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง

พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร

4. หะทะเย เม อะนุรุทโธ

สารีปุตโต จะทักขิเณ โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะ วามะเก

5. ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง

อาสุง อานันทะ ราหุโล กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก

6. เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง

สุริโย วะ ปะภังกะโร นิสินโน สิริสัมปันโน

โสภิโต มุนิปุงคะโว

7. กุมาระกัสสโป เถโร

มะเหสี จิตตะ วาทะโก โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง

ปะติฏฐาสิคุณากะโร

8. ปุณโณ อังคุลิมาโร จะ

อุปาลี นันทะ สีวะลี เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา

นะลาเต ติละกา มะมะ

9. เสสาสีติ มะหาเถรา

วิชิตา ชินะสาวะกา เอเตสีติ มะหาเถรา

ชิตะวันโต ชิโนระสา ชะลันตา สีละเตเชนะ

อังคะมังเคสุ สัณฐิตา

10. ระตะนัง ปุระโต อาสิ

ทักขิเณ เมตตะ สุตตะกัง ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ

วาเม อังคุลิมาละกัง

11. ขันธะโมระปะริตตัญจะ

อาฏานาฏิยะ สุตตะกัง อากาเส ฉะทะนัง อาสิ

เสสา ปาการะสัณฐิตา

12. ชินา นานาวะระสังยุตตา

สัตตัปปาการะ ลังกะตา วาตะปิตตาทะสัญชาตา

พาหิรัช ฌัตตุปัททะวา

13. อะเสสา วินะยัง ยันตุ

อะนันตะชินะ เตชะสา วะสะโต เม สะกิจเจนะ

สะทา สัมพุทธะปัญชะเร

14. ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ

วิหะรันตัง มะฮี ตะเล สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ

เต มะหาปุริสาสะภา

15. อิจเจวะมันโต

สุคุตโต สุรักโข ชินานุภาเวนะ

ชิตุปัททะโว ธัมมานุภาเวนะ

ชิตาริสังโฆ สังฆานุภาเวนะ

ชิตันตะราโย สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชินะ ปัญชะเรติ

คาถาชินบัญชร ฉบับย่อ

ชิ นะ ปัญ ชะ ระ ปะ ริ ตัง มัง รัก ขะ ตุ สัพ พะ ทา (ภาวนา 10 จบ)

คำแปลคาถาชินบัญชร

1. พ ระพุทธเจ้าและพ ระนราสภาทั้งหลาย ผู้ประทับนั่งแล้วบนชัยบัลลังก์ ทรงพิชิตพ ระยามาราธิราชผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนาราชพาหนะแล้ว เสวยอมตรสคือ อริยะสัจธรรมทั้งสี่ประการ เป็นผู้นำสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นจากกิเลสและกองทุกข์

2. มี 28 พ ระองค์คือ พ ระผู้ทรงพ ระนามว่า ตัณหังกรเป็นต้น พ ระพุทธเจ้าผู้จอมมุนีทั้งหมดนั้น

3. ข้าพ ระพุทธเจ้าขออัญเชิญมาประดิษฐานเหนือเศียรเกล้า องค์สมเด็จพ ระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประดิษฐานอยู่บนศีรษะ พ ระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง พ ระสงฆ์ผู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณอยู่ที่อก

4. พ ระอนุรุทธะอยู่ที่ใจพ ระสารีบุตรอยู่เบื้องขวา พ ระโมคคัลลาน์อยู่เบื้องซ้าย พ ระอัญญาโกณทัญญะอยู่เบื้องหลัง

5. พ ระอานนท์กับพ ระราหุลอยู่หูขวา พ ระกัสสะปะกับพ ระมหานามะอยู่ที่หูซ้าย

6. มุนีผู้ประเสริฐคือพ ระโสภิตะผู้สมบูรณ์ด้วยสิริดังพ ระอาทิตย์ส่องแสง อยู่ที่ทุกเส้นขน ตลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง

7. พ ระเถระกุมาระกัสสะปะผู้แสวงบุญทรงคุณอันวิเศษ มีวาทะอันวิจิตรไพเราะอยู่ปากเป็นประจำ

8. พ ระปุณณะ พ ระอังคุลิมาล พ ระอุบาลี พ ระนันทะ และพ ระสีวะลี พ ระเถระทั้ง 5 นี้ จงปรากฏเกิดเป็นกระแจะจุณเจิมที่หน้าผาก

9. ส่วนพ ระอสีติมหาเถระที่เหลือผู้มีชัยและเป็นพ ระโอรส เป็นพ ระสาวกของพ ระพุทธเจ้าผู้ทรงชัย แต่ละองค์ล้วน รุ่งเรืองไพโรจน์ด้วยเดชแห่งศีลให้ดำรงอยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ่

10. พ ระรัตนสูตรอยู่เบื้องหน้าพ ระเมตตาสูตรอยู่เบื้องขวา พ ระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย พ ระธชัคคะสูตรอยู่เบื้องหลัง

11. พ ระขันธปริตร พ ระโมรปริตร และพ ระอาฏานาฏิยสูตร เป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ

12. อนึ่งพ ระชินเจ้าทั้งหลาย นอกจากที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ ผู้ประกอบพร้อมด้วยกำลังนานาชนิด มีศีลาทิคุณอันมั่นคง สัตตะปราการเป็นอาภรณ์มาตั้งล้อมเป็นกำแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น

13. ด้วยเดชานุภาพแห่งพ ระอนันตชินเจ้าไม่ว่าจะทำกิจการใดๆ เมื่อข้าพ ระพุทธเจ้าเข้าอาศัยอยู่ในพ ระบัญชรแวดวงกรงล้อม แห่งพ ระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอโรคอุปัทวะทุกข์ทั้งภายนอกและภายใน อันเกิดแต่โร คร้า ย คือ โรคลมและโรคดีเป็นต้น เป็นสมุฏฐานจงกำจัดให้พินาศไปอย่าได้เหลือ

14. ขอพ ระมหาบุรุษผู้ทรงพ ระคุณอันล้ำเลิศทั้งปวงนั้น จงอภิบาลข้าพ ระพุทธเจ้า ผู้อยู่ในภาคพื้น ท่ามกลางพ ระชินบัญชร ข้าพ ระพุทธเจ้าได้รับการคุ้มครองปกปักรักษาภายในเป็นอันดีฉะนี้แล

15. ข้าพ ระพุทธเจ้าได้รับการอภิบาลด้วยคุณานุภาพแห่งสัทธรรม จึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวอันตรา ยใด ๆ ด้วยอานุภาพแห่งพ ระชินะพุทธเจ้า ชนะข้าศึกศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพ ระธรรม ชนะอันตรา ยทั้งปวงด้วยอานุภาพ แห่งพ ระสงฆ์ ขอข้าพ ระพุทธเจ้าจงได้ปฏิบัติ และรักษาดำเนินไปโดยสวัสดีเป็นนิจนิรันดรเทอญฯ