ไม่ต้องให้ทุกคนมาชอบเรา ขอแค่มี “คนเดียว” ที่จริงใจและรู้ใจเรา ก็พอแล้วสำหรับชีวิตนี้

บทความ

เป็นอีกหนึ่งบทความที่ให้ข้อคิดดีๆ สำหรับใครหลายๆคนคนที่รู้ใจเรา จะเป็นคนที่คุยถูกคอกับเรา ถึงเราไม่ต้องพูดอะไรมาก เขาก็สามารถรู้สึกถึงอารมณ์และความคิดของเราได้ เราทุกคนล้วนอยากได้ใครสักคนมาเข้าใจและรู้ใจเรา และอยากจะให้คนคนนั้นจริงใจกับเรา แต่คนแบบนี้ละสิ มันหายากจริงๆ

ผู้หญิงที่ทำตัวแข็งแกร่งเสมอจะน่าสงสารกว่าผู้หญิงที่อ่อนแอ พวกเธอไม่ใช่ว่าไม่อยากจะทำตัวอ่อนแอ แค่เคยเสียใจมาเยอะ ไม่อยากให้ตัวเองเจ็บปวดอีกครั้งเท่านั้น

มีเพื่อนคนหนึ่งไปเข้าร่วมประชุม คนที่รับผิดชอบการประชุมครั้งนั้นเป็นผู้หญิง วันนั้นใบหน้าของเธอซีดขาวมาก ในระหว่างประชุม เพื่อนฉันสังเกตเห็นว่าเธอใช้นิ้วนวดศีรษะให้ตัวเองหลายครั้ง และนำยาขึ้นมากินในช่วงเวลาพักผ่อน

หลังจากประชุมเสร็จ เพื่อนฉันเลยเสนอว่าจะไปส่งผู้หญิงคนนี้กลับบ้าน หลังจากเธอขึ้นรถเพื่อนได้ไม่นาน ผู้หญิงคนนี้ก็เริ่มหลั่งน้ำตาโดยไม่พูดอะไรสักคำ ผู้หญิงที่ทำตัวแข็งแกร่งอย่างเธอ บางครั้งก็ต้องการใครสักคนมาเข้าใจและใส่ใจเธอ

หลายคนอาจจะมีความรู้สึกว่า เมื่อเราแข็งแกร่งพอ ก็จะสามารถรับมือกับทุกสิ่งทุกอย่างได้ และก็ไม่ต้องพึ่งใครอีกเลย แต่เวลาเอาเข้าจริงๆ เพิ่งตระหนักขึ้นมาได้ว่าตัวเองไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่คิด

บางครั้งเวลาที่เรารู้สึกเหงา ไม่ใช่ว่าไม่มีคนคอยอยู่เป็นเพื่อน แต่เป็นเพราะว่าไม่มีใครรู้ใจเราเท่านั้น อย่างเวลาเราสวมใส่เสื้อผ้าใหม่อย่างมั่นใจ แต่กลับโดนบางคนว่าเราใช้เงินฟุ่มเฟือย เวลาเราวางแผนจะทำอะไร แต่กลับโดนบางคนว่าเราไร้สาระ

เคยอ่านนิทานเรื่องหนึ่งมาว่า :

เศรษฐีเห็นชาวประมงกำลังนอนอาบแดดอยู่บนชายหาด เลยเข้าไปถามว่า : ทำไมคุณไม่ไปจับปลา

ชาวประมงตอบเศรษฐีว่า : วันนี้ผมไปมาแล้ว

เศรษฐีถามถามอีกว่า : วันนี้ยังเหลือเวลาตั้งเยอะ ทำไมคุณไม่ขยันทำงานหาเงินให้มากขึ้น

ชาวประมงตอบกลับว่า : จะหาเงินมากมายทำไม

เศรษฐีพูดว่า : มีเงินแล้วคุณก็จะสามารถมาเดินเล่นนอนอาบแดดบนชายหาดที่สวยงามแห่งนี้ได้สบาย

ชาวประมงตอบกลับว่า : ตอนนี้ผมก็นอนอาบแดดบนชายหาดแล้วนี่

สองคนถกเถียงกันไปมาตั้งนาน ในที่สุดก็ได้เลิกลากันไปอย่างไม่พอใจ ความจริงพวกเขาไม่ผิดทั้งคู่ เพียงแค่ว่าไม่สามารถเข้าใจซึ่งกันและกันเท่านั้น

เศรษฐีสามารถไปนอนอาบแดดที่ชายหาดไหนก็ได้ สามารถใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองต้องการ ส่วนชาวประมงก็ชอบหาเช้ากินค้ำ เพลิดเพลินไปกับชีวิตที่แสนจะเรียบง่ายของตัวเองไปวันๆ

ทุกคนมีชีวิตเป็นของตัวเอง ถ้าความคิดไม่เหมือนกัน จะไปเถียงกันให้เรื่องมันเยอะทำไม ทำให้ตัวเองปวดหัวเปล่าๆ ทั้งชีวิตเราจะพบกับคนราว 29.2 ล้านคน แต่โอกาสในการพบกับคนที่รู้ใจเรามีเพียง 0.000049 เท่านั้น ก็ไม่แปลกที่จะพบเจอแต่คนที่ไม่เข้าใจเรา

คนที่รู้ใจเราจริงๆ ไม่ใช่ว่าจะเข้าใจในสิ่งที่เราพูดเพียงอย่างเดียว แต่จะเป็นคนที่เข้าใจในสิ่งที่เราเก็บไว้ในใจนั้นต่างหาก หลายคนชอบคิดว่า “ฉันรักเธอก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องรู้จักนิสัยใจคอ” ขอบอกเลยว่าความคิดแบบนี้มันไม่ถูกต้อง เพราะบางครั้งความเข้าใจและการรู้ใจมีความสำคัญมากกว่าคำว่ารัก

เพื่อนบ้านคนหนึ่งเคยเล่าเรื่องความรักของเธอกับสามีเธอให้ฟังว่า หลังเลิกงาน สามีของเธอจะขับรถไปรับเธอกลับบ้านทุกวัน เมื่อถึงบ้านเธอจะเข้าบ้านไปทำกับข้าวก่อน ส่วนสามีก็จะสูบบุหรี่หรือฟังเพลงในรถ พอสามีเข้าบ้านกับข้าวของเธอก็จะทำเสร็จพอดี เมื่อกินข้าวเย็นเสร็จ สามีก็จะช่วยเธอทำงานบ้าน จากนั้นสองคนก็จะจับมือกันไปเดินเล่นนอกบ้าน

เพื่อนคนนี้เล่าอีกว่า “อยู่ด้วยกันมา 20 กว่าปี หลังเลิกงานก่อนจะเข้าบ้าน สามีมักจะชอบนั่งอยู่ในรถคนเดียวสักพักเพื่อจัดการอารมณ์ของตัวเองให้ดี เพื่อครอบครัว เขาต้องทำงานหนักและถูกกดดัน เขาต้องมีวิธีระบายของเขา ฉันควรเข้าใจและสนับสนุนเขา”

ความรักที่ดีที่สุดคือการอยู่เคียงข้างกัน ให้สองฝ่ายมีเวลาส่วนตัวและเคารพซึ่งกันและกัน เพราะฉันรักคุณ ฉันอยากรู้จักคุณมากขึ้น เพื่อให้ความรักแก่คุณแบบที่คุณต้องการ

ในชีวิตของเรา การพบเจอความรักหรือคนรักมันเป็นเรื่องธรรมดา แต่การพบกับคนรักที่รู้ใจเรานั่นละสิ มันยากมาก

คนที่เราพบไม่ใช่ว่าจะรู้ใจเราทุกคน

เราควรมอบหัวใจและจริงใจให้กับคนที่รู้ใจเราจริงๆ

คนที่รู้ใจเรา จะยอมให้เรายืมไหล่ของเขาเมื่อเรารู้สึกเหนื่อย

คนที่รู้ใจเรา จะมอบความอบอุ่นให้เมื่อเรารู้สึกเสียใจ

คนที่รู้ใจเรา ไม่ต้องมีเยอะ ทั้งชีวิตมีคนแบบนี้เพียงคนเดียวก็พอ

ในชีวิตที่แสนจะธรรมดานี้ คนคนนั้นจะสามารถนำความอบอุ่นและความรักมาเติมเต็มให้กับชีวิตเรา แค่นี้ก็มีความสุขมากมายแล้ว